ระวัง! สัตว์มีพิษที่แฝงตัวมากับน้ำท่วม แชร์วิธีป้องกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สัตว์มีพิษ น้ำท่วม วิริยะประกันสุขภาพ


งู หนู ตะขาบ แมงป่อง ปลิง แมลงก้นกระดก ด้วงน้ำมัน และทาก ถือเป็นสัตว์มีพิษที่มาพร้อมกับสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้พวกมันต้องอพยพหนีน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และมักจะเข้ามาอาศัยร่วมชายคากับเรา 


โดยจุดหลบภัยชั้นดีคือบริเวณที่ยังแห้งอยู่ ตามมุมอับ ซอกหลืบ ใต้กองสิ่งของ หรือตามพุ่มไม้รอบบ้านซึ่งหากเราไม่ระมัดระวังหรือตรวจเช็กให้ละเอียด แล้วเผลอไปสัมผัสหรือเหยียบเข้าจนถูกกัด ก็อาจได้รับพิษอันตรายที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้


วิริยะประกันสุขภาพ เข้าใจถึงความกังวลและได้รวบรวมวิธีรับมือและป้องกันสัตว์มีพิษ พร้อมแจกวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้คุณปลอดภัย หากต้องเผชิญปัญหานี้ช่วงน้ำท่วมนี้


   8 สัตว์มีพิษที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วม

1. งู


งู สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


งู ถือเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีโอกาสพบเจอบริเวณบ้าน ท่อน้ำในช่วงน้ำท่วม โดยงูที่มากับน้ำท่วมอาจมีทั้งงูไม่มีพิษอย่างงูเหลือม และงูมีพิษอันตรายอย่าง

งูเห่าหรืองูแมวเซา ซึ่งมักซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืด ในตู้เก็บของ หรือแม้กระทั่งในรองเท้า


2. หนู


หนู สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


หนู แม้ไม่ใช่สัตว์มีพิษร้ายแรงแต่ก็เป็นพาหะนำโรคติดต่อที่น่ากลัวอย่างโรคฉี่หนู ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการเดินลุยน้ำท่วมขังที่มีปัสสาวะของหนูปนเปื้อนอยู่ 


3. ตะขาบ

ตะขาบ สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


ตะขาบ เป็นสัตว์ที่ชอบความชื้นและมีพิษร้ายแรงที่ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งและเกิดแผลบวมแดง ซึ่งมักแอบซ่อนอยู่ใต้พรมเช็ดเท้า หรือตามเสื้อผ้าและเครื่องนอนที่เปียกชื้น


4. แมงป่อง

แมงป่อง สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


แมงป่อง เป็นสัตว์มีพิษร้ายแรงที่ชอบหนีน้ำมาซ่อนตัวอยู่ตามซอกหิน รอยแตกของปูน หรือตามตู้รองเท้าใต้ถุนบ้าน โดยจะปล่อยพิษด้วยการใช้อวัยวะส่วนหางที่มีลักษณะคล้ายเหล็กแหลมแทงทะลุผิวหนังของมนุษย์


5. ปลิง

ปลิง สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


ปลิง เป็นสัตว์ที่มาพร้อมกับกระแสน้ำนิ่งและน้ำท่วมขัง และชอบเกาะและดูดเลือดตามขาหรือเท้าของผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานานโดยไม่มีสิ่งป้องกัน


6. แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


แมลงก้นกระดก เป็นแมลงตัวเล็กปีกสั้นสีดำสลับส้ม มักบินเข้ามาหาแสงไฟในบ้านตอนกลางคืน ซึ่งภายในตัวของมันจะมีสารพิษที่หากคุณถูกกัดจะทำให้ผิวหนังอักเสบและเป็นพุพองแสบร้อนได้ง่าย


7. ด้วงน้ำมัน

ด้วงน้ำมัน สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


ด้วงน้ำมัน เป็นแมลงปีกแข็งที่มักจะบินเข้ามาเล่นแสงไฟในบ้านช่วงฤดูฝนและน้ำท่วม ซึ่งในตัวของด้วงน้ำมันจะมีสารพิษที่เมื่อสัมผัส จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแสบร้อนหรือเป็นตุ่มน้ำพองหนอง


8. ทาก

ทาก สัตว์มีพิษ น้ำท่วม


ทาก เป็นสัตว์ที่พบได้บ่อยตามพื้นที่ชุ่มน้ำหรือพื้นดินที่เฉอะแฉะหลังน้ำลด มักชอบไต่มาเกาะตามผิวหนังเพื่อดูดเลือดคล้ายกับปลิง



   5 วิธีรับมือและป้องกันสัตว์มีพิษเข้าบ้านช่วงน้ำท่วม

  1. ปิดประตูหน้าต่างและอุดช่องว่างตามผนังหรือใต้ประตู
  2. เก็บกวาดสิ่งของภายในบ้านให้เป็นระเบียบ เพื่อลดพื้นที่สำหรับการหลบซ่อนของสัตว์มีพิษ
  3. ตัดหญ้าและกำจัดวัชพืช เพื่อลดที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ
  4. สวมรองเท้า ถุงมือ และใช้ไฟฉาย เมื่อต้องเดินในพื้นที่น้ำท่วมหรือมืด
  5. เช็กรองเท้า เสื้อผ้า และภาชนะก่อนใช้งานทุกครั้ง


   แจกวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดช่วงน้ำท่วม 

1. งู

  • การปฐมพยาบาล: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ดามอวัยวะที่ถูกกัดให้อยู่นิ่ง และรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ปากดูดพิษหรือใช้มีดกรีด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเน่าจากภาวะขาดเลือด

2. หนู 

  • การปฐมพยาบาล: ล้างแผลให้สะอาด
  • การบรรเทาอาการ: ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกบริเวณที่ถูกกัด

3. ตะขาบ แมงป่อง

  • การปฐมพยาบาล: ล้างแผลและประคบด้วยน้ำแข็ง
  • การบรรเทาอาการ: ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกและรับประทานยาแก้ปวดแก้ไข้
  • ข้อควรระวัง: หากมีอาการผิดปกติด้านระบบหายใจให้พบแพทย์ทันที

4. ปลิง

  • การปฐมพยาบาล: ล้างแผลให้สะอาด
  • การบรรเทาอาการ: ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอก
  • ข้อควรระวัง: หากปลิงเข้าร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที

5. แมลงก้นกระดก

  • การปฐมพยาบาล: ล้างแผลให้สะอาดและประคบเย็นให้เร็วที่สุด 
  • ข้อควรระวัง: หากมีผื่นแดงลามไปทั่วร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที

6. ด้วงน้ำมัน

  • การปฐมพยาบาล: หากถูกกัดให้ล้างแผลให้สะอาดแล้วประคบด้วยน้ำแข็ง
  • การบรรเทาอาการ: ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกบริเวณที่ถูกพิษ
  • ข้อควรระวัง: หากได้รับพิษจากการรับประทานให้รีบไปพบแพทย์ทันที

7. ทาก

  • การปฐมพยาบาล: ห้ามดึงทากออกจากบริเวณที่ถูกกัดโดยทันที เพราะจะทำให้เนื้อฉีกขาด
  • ให้หยดน้ำเกลือ น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์ที่ปากทาก เพื่อให้ทากหลุดออกแล้วจึงล้างแผล
  • การบรรเทาอาการ: ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอก


หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์ 1669


   ตารางเปรียบเทียบสัตว์มีพิษช่วงน้ำท่วม


ชนิดสัตว์

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ข้อควรระวัง

งู

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ดามอวัยวะที่ถูกกัดให้อยู่นิ่ง และรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว


ห้ามใช้ปากดูดพิษหรือใช้มีดกรีด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเน่าจากภาวะขาดเลือด


หนู

ล้างแผลให้สะอาดและใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกบริเวณที่ถูกกัด


- 
ตะขาบ แมงป่อง

ล้างแผลให้สะอาด ประคบด้วยน้ำแข็ง ใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอก รวมถึงรับประทานยาแก้ปวดแก้ไข้


หากมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจให้รีบไปพบแพทย์ทันที


ปลิง

ล้างแผลให้สะอาดและใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกบริเวณที่ถูกกัด


หากปลิงหลุดเข้าสู่ภายในร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที


แมลงก้นกระดก

ล้างแผลให้สะอาดและประคบเย็นให้เร็วที่สุด


หากมีผื่นแดงลามไปทั่วร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที


ด้วงน้ำมันล้างแผลให้สะอาดแล้วประคบด้วยน้ำแข็ง จากนั้นใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกบริเวณที่ถูกพิษหากได้รับพิษจากการรับประทานให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ทากใช้น้ำเกลือ น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์หยดบริเวณปากทากเพื่อให้หลุดออก จากนั้นล้างแผลให้สะอาดและใช้ยาปฏิชีวนะทาภายนอกห้ามดึงทากออกทันทีเพราะจะทำให้เนื้อฉีกและเป็นแผลใหญ่



   คำถามที่พบบ่อย : สัตว์มีพิษช่วงน้ำท่วม

1. อาการแบบไหนหลังจากถูกสัตว์มีพิษกัดที่บ่งบอกว่า "อันตรายถึงชีวิต" และต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที? 

แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หนังตาตก กลืนลำบาก หรือมีผื่นขึ้นทั่วตัว หน้ามืด และความดันตก เป็นสัญญาณเตือนว่าพิษเริ่มเข้าทำลายระบบทางเดินหายใจและระบบประสาท ซึ่งอาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที


2. หากพบสัตว์มีพิษซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ควรทำอย่างไร?

ตั้งสติและห้ามเข้าใกล้หรือพยายามจับด้วยตัวเองเด็ดขาด จากนั้นให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 199 ศูนย์การจัดการภัยพิบัติและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ


3. ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองกรณีสัตว์มีพิษกัดไหม?

คุ้มครอง เนื่องจากถือเป็นอุบัติเหตุจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งหากคุณแผนประกันอุบัติเหตุ และหากได้รับบาดเจ็บ สามารถใช้ค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพได้อีกด้วย คุณจะได้รับความคุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ 


เพราะเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


ที่มา: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปา

สินค้าแนะนำ