เฉลยแล้ว! แอปเปิ้ลไซเดอร์กินตอนไหน ลดพุงได้จริง

อ่าน 6406 ครั้ง   2 พฤศจิกายน 2569  

แอปเปิ้ลไซเดอร์ apple cider vinegar วิริยะประกันสุขภาพ


แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vineger) เครื่องดื่มยอดนิยมของคนรักสุขภาพที่มีประโยชน์รอบด้าน ทั้งช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดการกินจุกจิก ปรับสมดุลการขับถ่าย และลดอาการท้องอืดหลังมื้ออาหาร


แต่จากประสบการณ์ผู้ที่เคยกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำมีกลิ่นฉุนและรสชาติเปรี้ยวจัดจนทานได้ยาก ทำให้หลายคนอาจยอมแพ้ไปตั้งแต่ครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาแอปเปิ้ลไซเดอร์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลไซเดอร์ แบบเม็ดหรือ แอปเปิ้ลไซเดอร์ แบบเยลลี่ เพื่อให้สามารถกินได้ง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพมากยิ่งขึ้น


เทรนด์สุขภาพของคนยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปร่างภายนอกที่ดูดีเท่านั้น แต่เป็นการหันมาดูแลสุขภาพจากภายใน ผ่านศาสตร์การชะลอวัย หรือ Anti-aging เพื่อเป้าหมายการมีชีวิตแบบ Longevity หรือการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ


บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับแอปเปิ้ลไซเดอร์ ชนิดของแอปเปิ้ลไซเดอร์ ประโยชน์ของการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ และแนะนำวิธีการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อช่วยลดพุงและปรับสมดุลลำไส้ เพื่อดึงความสวยจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน พร้อมแนะนำแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย วี เพรสทีจ แคร์ จากวิริยะประกันสุขภาพ

 

   แอปเปิ้ลไซเดอร์ คืออะไร

แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vineger) หรือน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล เป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่มีรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ผ่านกระบวนการหมักธรรมชาติ จนได้เป็นสารสกัดและแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพลีฟีนอล และกรดอะซิติก 


ข้อแนะนำ: ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ หากต้องการรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ก่อนทุกครั้ง


   แอปเปิ้ลไซเดอร์มีกี่ชนิด


แอปเปิ้ลไซเดอร์ apple cider vinegar วิริยะประกันสุขภาพ


ในปัจจุบันแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้ถูกพัฒนาออกมาหลายรูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ 

1. แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบกรอง: น้ำส้มสายชูหมักที่ผ่านกระบวนการกรองเอาตะกอนและเยื่อหมักออกจนหมด ทำให้ได้น้ำสีเหลืองใสและดูสะอาดตา นิยมนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงใช้ปรุงอาหารในครัวเรือนทั่วไป


2. แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบไม่กรอง: น้ำส้มสายชูหมักที่ไม่ผ่านกระบวนการกรองเอาตะกอนออก ทำให้คุณค่าทางอาหารยังอยู่ครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ แร่ธาตุ และสารอาหารที่เกิดจากกระบวนการหมัก ทำให้แอปเปิ้ลไซเดอร์ชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าแบบชนิดกรอง


3. แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบไม่พาสเจอร์ไรส์: เป็นการนำน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลมาใช้งานโดยไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ทำให้ยังคงมีตะกอนตามธรรมชาติและยังคงรักษาคุณค่าของสารอาหารต่าง ๆ เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งนิยมนำใช้ในการดูแลสุขภาพ


4. แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด: เป็นการนำแอปเปิ้ลไซเดอร์ไปผ่านกระบวนการสกัดแห้งแล้วอัดเป็นเม็ด เพื่อให้ทานง่าย พกพาสะดวก และยังคงคุณประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์ไว้ ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพแต่ไม่ชอบรสชาติเปรี้ยวจัดหรือกลิ่นที่ค่อนข้างแรงของแอปเปิ้ลไซเดอร์


5. แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเยลลี่: เป็นการนำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาเติมสารให้ความหวาน กลิ่น รสชาติ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ และผลิตออกมาในรูปแบบของเยลลี่ เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทานและต้องการความสะดวกในชีวิตประจำวัน


   กินแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นประจำช่วยเรื่องอะไร

  • ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดไขมันในเลือด: กรดอะซิติกในแอปเปิ้ลไซเดอร์มีคุณสมบัติในการช่วยลดความอยากอาหาร ส่งผลให้ผู้ที่กินแอปเปิ้ลไซเดอร์รู้สึกอิ่มได้เร็วและยาวนานขึ้น รวมถึงยังช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: กรดอะซิติกในแอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ให้พุ่งสูงหลังจากกินอาหารมื้อหลัก 
  • ช่วยในการย่อยอาหาร: แอปเปิ้ลไซเดอร์อุดมไปด้วยกรดมาลิกและกรดทาร์ทาริก ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ที่เข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน ทำให้ช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด และท้องเฟ้อได้
  • ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของโพรไบโอติก: แอปเปิ้ลไซเดอร์ถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย: สารต้านอนุมูลอิสระและกรดธรรมชาติในแอปเปิ้ลไซเดอร์ มีส่วนช่วยทำความสะอาดและชะล้างสารพิษที่ตกค้างในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยกระตุ้นกระบวนการขับสารพิษของตับ 


ข้อแนะนำ: ทั้งนี้หากต้องการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อควบคุมน้ำหนัก ควรปรับพฤติกรรมด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย
เช่น การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


   กินแอปเปิ้ลไซเดอร์อย่างไรให้ถูกวิธี

วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อปรับสมดุลลำไส้

สำหรับผู้ที่ต้องการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อปรับสมดุลลำไส้ สามารถเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดในปริมาณ 900 - 1,800 มิลลิกรัม/วัน

วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อลดพุง 

สำหรับผู้ที่ต้องการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อลดพุงหรือเพื่อควบคุมน้ำหนัก สามารถเลือกกินได้ทั้งแบบน้ำหมัก แบบเม็ด และแบบเยลลี่ ดังนี้

  • แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำหมัก: ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะ ชงผสมกับน้ำดื่มสะอาดหรือโซดา ในปริมาณ 200 - 240 มิลลิลิตร 
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด: ควรกินในปริมาณ 1,350 - 2,700 มิลลิกรัม/วัน หรือกินตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเยลลี่: ควรกินในปริมาณ 3,000 มิลลิกรัม/วัน ครั้งละ 2 ชิ้น วันละ 3 ครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร แต่ไม่ควรเกิน 6 เม็ด/วัน และควรดื่มน้ำสะอาดตามทุกครั้งเพื่อช่วยในการดูดซึม หรือกินตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์


ข้อแนะนำ: สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ ไม่ควรกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้เกิดอาการแสบท้องหรือมวนท้องได้


   คำถามที่พบบ่อย: แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vineger)

1. แอปเปิ้ลไซเดอร์กินตอนไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ คือ ช่วงท้องว่างหรือก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพราะจะช่วยลดความอยากอาหารและช่วยควบคุม

ความหิวได้

2. แอปเปิ้ลไซเดอร์ลดน้ำหนักกินตอนไหนดีสุด?

หากต้องการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เพื่อควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้กินก่อนมื้ออาหารหลักประมาณ 15 - 30 นาที เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและลดความอยากอาหารในมื้อนั้น ๆ 

3. หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร กินแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้ไหม?

หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ควรเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ชนิดดิบที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือกินในปริมาณที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในช่วงนี้ค่อนข้างบอบบาง แต่หากต้องการกินเพื่อช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ควรเลือกชนิดที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์แล้ว และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก 

4. แอปเปิ้ลไซเดอร์ยี่ห้อไหนดี

สำหรับการเลือกซื้อแอปเปิ้ลไซเดอร์ คุณสามารถเลือกซื้อยี่ห้อใดก็ได้ตามต้องการ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย โดยพิจารณาจากเครื่องหมาย อย. ที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อผู้ผลิตอย่างชัดเจน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต้องปิดสนิท ไม่มีรอยรั่วซึม พร้อมทั้งมีการระบุวันผลิตและวันหมดอายุที่ตรวจสอบได้

 

VInsure by วิริยะประกันภัย

บริษัทประกันภัยได้รับความไว้วางใจมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยประสบการณ์ดูแลคนไทยมายาวนาน กว่า 79 ปีที่ช่วยสร้างความมั่นใจทั้งในด้านความคุ้มครองและการบริการ เสริมทัพด้วยคุณภาพการรักษาที่ยอดเยี่ยมจากโรงพยาบาล BDMS, เกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 600 แห่งทั่วประเทศ ช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทันที และอุ่นใจแม้มีเคลมสูงก็ไม่ปฏิเสธการต่ออายุ เพื่อดูแลคุณในทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง

   ดูแลสุขภาพด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ พร้อมซื้อประกันสุขภาพ วี เพรสทีจ แคร์ 

แอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยดูแลสุขภาพคุณจากภายใน ทั้งช่วยเรื่องระบบเผาผลาญและการปรับสมดุลร่างกาย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการใส่ใจตัวเอง อย่างไรก็ตาม นอกจากการบำรุงร่างกายในชีวิตประจำวันแล้ว การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน 


หากคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ไหนดีสุด? ขอแนะนำ แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย วี เพรสทีจ แคร์ จากวิริยะประกันสุขภาพ ที่มอบความคุ้มครองระดับพรีเมียมและครอบคลุมทุกค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้คุณเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้อย่างไร้กังวล

✔ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล สูงสุด 4,500,000 บาท/ครั้ง

✔ คุ้มครองค่าห้อง สูงสุด 12,000 บาท/วัน

✔ คุ้มครองทั้ง IPD+OPD

✔ รักษาบนเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 500 แห่งทั่วประเทศ 

✔ ไม่ปฏิเสธการต่ออายุแม้เคลมเยอะ

✔ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาท

✔ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน – 65 ปี


เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นจากภายใน วางแผนดูแลสุขภาพเพิ่มเติมด้วย ประกันสุขภาพ วี เพรสทีจ แคร์ จากวิริยะประกันสุขภาพ


ที่มา: MEGA We care

เงื่อนไขเป็นตามบริษัทฯกำหนด

สินค้าแนะนำ

...

ประกันสุขภาพ

วี เพรสทีจ แคร์